วันอังคารที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2556

สารเนื้อเดียว สารเนื้อผสม

                                      ใบความรู้
     เรื่อง  สารเนื้อเดียว  สารเนื้อผสม
--------------------------------------------------------------------------
          การจำแนกสารโดยใช้เนื้อสารเป็นเกณฑ์เป็นวิธีที่นิยมใช้กันมาก  เนื่องจากสามารถแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับสารได้มากกว่าวิธีอื่น ๆ     โดยตามเกณฑ์นี้จะจำแนกสารออกเป็นกลุ่มใหญ่ ๆ 2  กลุ่ม  คือ สารเนื้อเดียว  และ สารเนื้อผสม
          สารเนื้อเดียว หมายถึง สารที่สังเกตเห็นเนื้อสารกลมกลืนเป็นเนื้อเดียวกันทั้งหมด  อาจมีองค์ประกอบเป็นสารชนิดเดียว  หรือมากกว่า  1  ชนิดก็ได้  และแสดงสมบัติเหมือนกันตลอดทุกส่วนของสารอาจมีสถานะเป็นของแข็ง  ของเหลวหรือก๊าซก็ได้
            สารเนื้อเดียวที่มีสถานะเป็นของแข็ง เช่น นาก  เกลือแกง  ทองคำ  ดีบุก  ทองเหลือง
            สารเนื้อเดียวที่มีสถานะเป็นของเหลว เช่น น้ำ  น้ำเชื่อม  น้ำเกลือ  ปรอท  ทิงเจอร์ไอโอดีน
            สารเนื้อเดียวที่มีสถานะเป็นก๊าซ เช่น อากาศ  ก๊าซออกซิเจน  ไอน้ำ  ก๊าซไฮโดรเจน
            สารเนื้อผสม  หมายถึง  สารที่สังเกตเห็นเนื้อสารไม่กลมกลืนเป็นเนื้อเดียวกัน  มีองค์ประกอบเป็นสารมากกว่า  1  ชนิด  และแสดงสมบัติของสารไม่เหมือนกันตลอดทุกส่วนของสาร
            ชนิดของสารเนื้อผสมมีดังนี้
            1. สารเนื้อผสมระหว่างของแข็งกับของแข็ง เช่น   พริกกับเกลือ , คอนกรีต  ข้าวสารปนข้าวเปลือก
1.      สารเนื้อผสมระหว่างของแข็งกับของเหลว เช่น ลูกเหม็นลอยน้ำ  ตะกอนในน้ำ  ทับทิมกรอบน้ำกะทิ
2.      สารเนื้อผสมระหว่างของแข็งกับก๊าซ เช่น เขม่าในอากาศ           ควันไฟ       ฝุ่นละอองในอากาศ 
3.      สารเนื้อผสมระหว่างของเหลวกับของเหลว  เช่น  น้ำกับน้ำมัน
สารเนื้อผสมระหว่างของเหลวกับของเหลว  เช่น  น้ำกับน้ำมัน












การใช้สถานะเป็นแกณฑ์



ใบความรู้
เรื่อง  การใช้สถานะเป็นเกณฑ์จำแนกสาร
----------------------------------------------------------------------------------
            ถ้าใช้สถานะเป็นเกณฑ์ในการจำแนกสาร   จะแบ่งสารออกได้  3  สถานะคือ
1.      สารที่มีสถานะเป็นของแข็ง




สารที่มีสถานะเป็นของแข็ง  หมายถึง สารที่มีรูปร่างและปริมาตรคงที่  โมเลกุลของสารจะอยู่ชิดกันและยึดกันแน่น  เพราะมีแรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุลมากที่สุด  ตัวอย่างเช่น หิน  เหล็ก  ทองแดง  กำมะถัน  ด่างทับทิม  เป็นต้น
 
       2.      สารที่มีสถานะเป็นของเหลว



สารที่มีสถานะเป็นของเหลว  หมายถึง สารที่มีรูปร่างไม่คงที่  เปลี่ยนไปตามภาชนะที่บรรจุ  สามารถไหลได้  แต่ปริมาตรคงที่  แรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุลน้อยกว่าของแข็ง  เนื่องจากโมเลกุลของสารจะอยู่ห่างกัน  และมีช่องว่างมากกว่าของแข็งเช่น  น้ำ  น้ำส้มสายชู  เป็นต้น

3.      สารที่มีสถานะเป็นก๊าซ

สารที่มีสถานะเป็นก๊าซ  หมายถึง  สารที่มีรูปร่างและปริมาตรไม่คงที่  ฟุ้งกระจายเต็มภาชนะที่บรรจุ  โมเลกุลของก๊าซจะอยู่ห่างกันมากกว่าของแข็งและของเหลว  และเคลื่อนที่ได้อย่างอิสระ  นอกจากนี้แรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุลน้อย  ทำให้เกิดช่องว่างระหว่างโมเลกุลมากกว่าของแข็งและของเหลว



                     

สารและสมบัติของสาร



                                        ใบความรู้

                                                  เรื่อง  สมบัติของสาร

ความหมายของสารและสสาร

                         สสารคือ สิ่งต่าง ๆ ที่มีตัวตน  มีมวล  ต้องการที่อยู่ และสัมผัสได้  
                         จากลักษณะที่สำคัญของสสารจะพบว่าสิ่งต่าง ๆ เหล่านั้นจะเป็นภาพหรือคำรวม ๆ ของสิ่งที่เรียกว่า สาร   ซึ่งสารแต่ละชนิดจะมีชื่อเรียกต่างกันไปมีองค์ประกอบ  ลักษณะภายนอก  สมบัติที่ไม่เหมือนกัน
                         ตาราง  ตัวอย่างสสารต่าง ๆ และสารที่เป็นองค์ประกอบ 
สสาร
สารที่เป็นองค์ประกอบ
เหล็ก
เหล็ก
เพชร

เพชร

โต๊ะ - เก้าอี้
ไม้ + เหล็ก + (ตะปู)
น้ำเกลือ
น้ำ + เกลือ
                         ในชีวิตประจำวันของเรามีสารเข้ามาเกี่ยวข้องเสมอ  บางชนิดมีประโยชน์    บางชนิดมีโทษ  เราจึงจำเป็นต้องศึกษาสมบัติของสาร  เพื่อการนำมาใช้ประโยชน์อย่างเหมาะสม  เพื่อการดำเนินชีวิตของเราและเพื่อจะได้ใช้สารให้เกิดประโยชน์มากที่สุด  โดยไม่ก่อผลเสียต่อตนเอง สังคมและสิ่งแวดล้อม
                         สมบัติของสาร
                   สารรอบตัวมีจำนวนมากมาย  แต่ละชนิดอาจมีสมบัติบางอย่างเหมือนกัน  หรือมีสมบัติบางอย่างต่าง กัน  สมบัติของสารจึงเป็นลักษณะประจำเฉพาะตัวของสารแต่ละชนิด  ที่จะบอกให้ทราบว่า  สารนั้นเป็นอย่างไร  จำแนกเป็น  2  ประเภทคือ
1.         สมบัติทางกายภาพ  เป็นลักษณะที่สังเกตเห็นภายนอกได้  ตรวจสอบได้ด้วยการ
สังเกต  หรือตรวจสอบด้วยเครื่องมือและการทดลองง่าย ๆ ไม่เกี่ยวข้องกับปฏิกิริยาเคมี เช่น สถานะสี  กลิ่น  รส  การละลาย  ความหนาแน่น  การนำไฟฟ้า  ลักษณะผลึก  จุดเดือด  เป็นต้น
2.         สมบัติทางเคมี  เป็นลักษณะที่เกี่ยวข้องกับองค์ประกอบภายในของสารตรวจสอบ
ได้โดยอาศัยการเปลี่ยนแปลงทางเคมี เช่น  การติดไฟ  การเผาไหม้  การระเบิด  ความเป็นกรดเบส  การสลายตัวได้สารใหม่  และการเกิดปฏิกิริยาเคมีกับสารชนิดอื่น ๆ เป็นต้น









วันพฤหัสบดีที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2556

ค่ายวิทยาศาสตร์เพื่อพัฒนาทักษะกระบวนการคิด



1. โครงการ                        ค่ายวิทยาศาสตร์เพื่อพัฒนาทักษะกระบวนการคิด

2. ผู้รับผิดชอบ                นางสาวจุฑารัตน์  อุสาทรัพย์
                                               
3. มูลเหตุจูงใจและภูมิหลัง
            3.1 ค่ายวิทยาศาสตร์และกระบวนการคิด
                          การคิดเป็นกระบวนการทำงานของสมอง ที่เป็นไปตามธรรมชาติของมนุษย์ที่เกิดขึ้น อันเป็นผลจากประสบการณ์เดิม สิ่งเร้า และสภาพแวดล้อมที่เข้ามากระทบ ส่งผลให้เกิดความคิดในการที่จะแก้ไข ปรับตัวเพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหา หรือปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น รวมทั้งสามารถสร้างสิ่งใหม่ ๆ ให้เกิดขึ้นได้ การคิดเป็นสิ่งที่เป็นนามธรรมเป็นกระบวนการที่มีความต่อเนื่อง และเป็นขั้นตอน การคิดมีหลายลักษณะซึ่งมีจุดมุ่งหมายและกระบวนการในการคิดแตกต่างกันซึ่งคนทุกคนสามารถฝึกฝนเรียนรู้และพัฒนาได้ ดังนั้นมนุษย์สามารถเรียนรู้ในการพัฒนาการคิดได้อย่างหลากหลายรูปแบบ
                     การจัดค่ายการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ เป็นกิจกรรมเสริมหลักสูตรที่จัดขึ้น เพื่อให้เกิดการเรียนรู้นอกห้องเรียนผ่านกิจกรรมที่หลากหลาย ซึ่งกิจกรรมที่จัดจะเน้นให้ผู้เข้าค่ายได้เผชิญปัญหา ฝึกการแก้ปัญหา ร่วมคิดร่วมทำ โดยใช้ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นสื่อเพื่อสร้างองค์ความรู้และความคิดรวบยอด รวมทั้งให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อทักษะและกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เช่น กระบวนการสังเกต ทดลอง เก็บรวบรวมข้อมูล  วิเคราะห์ข้อมูลและสรุปผล   นอกจากนั้น กิจกรรมในค่ายยังเป็นกิจกรรมที่ฝึกการอยู่ร่วมกัน มีการทำงานเป็นทีมเป็นกลุ่ม ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ฝึกความรับผิดชอบต่อตนเองและหมู่คณะ
                          จากความสำคัญของกระบวนการคิดและการจัดค่ายการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ที่ส่งเสริมการพัฒนาด้านต่าง ๆ ให้กับผู้เรียน ทางโรงเรียนวัดปลายนาและกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์จึงได้จัดโครงการค่ายวิทยาศาสตร์เพื่อพัฒนาทักษะกระบวนการคิดขึ้น
3.2 การขับเคลื่อนนโยบายสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
         มีนโยบายในการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิทยาศาสตร์
4. ผลความสำเร็จ
1.       นักเรียนเรียนรู้วิทยาศาสตร์จากประสบการณ์ตรง โดยใช้แหล่งเรียนรู้จากสภาพจริงในบริเวณโรงเรียน
2.       นักเรียนได้พัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ วิธีการทางวิทยาศาสตร์กระบวนการคิด และการนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน
                    3. ผลการประเมินโครงการค่ายวิทยาศาสตร์เพื่อพัฒนาทักษะกระบวนการคิด พบว่า
3.1ด้านสภาวะแวดล้อม (context evaluation) โดยจุดประสงค์ของโครงการมีความเหมาะสมอยู่ในระดับมากทุกรายการ
                          3.2 ด้านปัจจัยนำเข้า (input evaluation) ของโครงการค่ายวิทยาศาสตร์เพื่อพัฒนาทักษะกระบวนการคิดทุกรายการอยู่ในระดับมาก โดยความรู้ของคณะครูและวิทยากรมีความเหมาะสมมากที่สุดรองลงมาคือ วัสดุ อุปกรณ์ที่ใช้ในการดำเนินโครงการ จำนวนนักเรียนที่เข้าร่วมโครงการ และงบประมาณที่ใช้ในการดำเนินโครงการ ตามลำดับ
          3.3 ด้านกระบวนการ (process evaluation) ของโครงการค่ายวิทยาศาสตร์เพื่อพัฒนาทักษะกระบวนการคิด ทุกรายการอยู่ในระดับมาก โดยรูปแบบในการจัดค่าย กิจกรรมต่าง ๆ ในการจัดและความสนุกสนานในการจัดค่ายมีความเหมาะสมมากที่สุด
                          3.4 ด้านผลผลิต (product evaluation) ของโครงการค่ายวิทยาศาสตร์เพื่อพัฒนาทักษะกระบวนการคิด เกี่ยวกับความรู้ความเข้าใจที่นักเรียนได้รับในทุกฐานการเรียนรู้อยู่ในระดับมาก และการประเมิน เกี่ยวกับความพึงพอใจที่นักเรียนได้รับทุกรายการอยู่ในระดับมาก                   
5. ขั้นตอนการปฏิบัติงานที่เป็นเลิศ
                        5.1 วางแผนและนำเสนอโครงการ
                                5.2 ประชุมชี้แจงกับคณะครู
                                5.3 ดำเนินกิจกรรมตามแผนการดำเนินงาน โดยมีการจัดกิจกรรม ซึ่งประกอบด้วยฐานการเรียนรู้ต่าง ๆ ดังนี้
                                      ฐานการเรียนรู้ เรื่อง นักสืบสายน้ำ
                                      ฐานการเรียนรู้ เรื่อง สายใยอาหาร           
                                      ฐานการเรียนรู้ เรื่อง นาฬิกาแดดและจรวดกระดาษพับ      
                                      ฐานการเรียนรู้ เรื่อง จรวดขวดน้ำ
                                      ฐานการเรียนรู้ เรื่อง กิจกรรมการทดลอง(Science Show)
                                5.4 ประเมินผลและสรุปโครงการ
6. ปัจจัยเกื้อหนุนที่นำไปสู่ความสำเร็จ
                        6.1 นโยบายและการส่งเสริมของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสุพรรณบุรีเขต 1 ในโครงการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์
                                6.2 การบริหารจัดการของผู้บริหาร คณะครู ของโรงเรียนวัดปลายนา
                                6.3 การสนับสนุนเงินงบประมาณของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสุพรรณบุรี เขต 1
7. บทเรียนที่ได้รับ
                        การจัดค่ายวิทยาศาสตร์ต้องมีกิจกรรมที่หลากหลายและจัดอย่างต่อเนื่อง
8. แนวทางพัฒนาในอนาคต
                        การจัดค่ายวิทยาศาสตร์ เป็นกิจกรรมหนึ่งที่สามารถพัฒนาทักษะด้านต่าง ๆ
ของผู้เรียนได้ เช่น ทักษะกระบวนการคิด ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งควรมีการจัดกิจกรรมที่หลากหลายและต่อเนื่อง จะส่งผลให้ผู้เรียนที่พัฒนาทักษะต่าง ๆได้เป็นอย่างดี รวมทั้งเป็นเครื่องมือในการแสวงหาความรู้ ข้อมูลต่าง ๆได้